Fern clinc

ยกหางตา โดยเทคนิค Subbrow Lift ซ่อนแผลใต้คิ้ว

ยกหางตา โดยเทคนิค Subbrow Lift ซ่อนแผลใต้คิ้ว

หางตาตก หน้าดูเศร้า ดูมีอายุ ไม่สดใส เป็นปัญหากวนใจใครหลายๆคน ไม่ใช่แค่เพียงคนที่มีอายุมาก แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนอายุน้อยได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่ไม่สามารถหายเองได้ วันนี้เฟิร์น คลินิกจะมาบอกวิธีแก้ไขแบบเห็นผลได้จริงด้วยเทคนิคยกหางตา Subbrow Lift ไปดูพร้อมกันในบทความนี้ หางตาตก คืออะไร หางตาตก คือภาวะหนังตาบริเวณหางตาตกลง หรือห้อยต่ำกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไขมันสะสมบริเวณหางตา การยึดเกาะของกล้ามเนื้อตาเสื่อมลงเพราะอายุมากขึ้น หรือกล้ามเนื้อเปลือกตาอ่อนแรง เป็นต้น ซึ่งส่งผลให้ดวงตาดูเศร้า ดูมีอายุ ไม่สดใส แม้จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ก็ทำให้สูญเสียความมั่นใจไม่น้อย หางตาตก สังเกตอย่างไร อาการหางตาตก สามารถสังเกตได้จากลักษณะดังต่อไปนี้ เปลือกตาส่วนหางตาดูเฉียงลง หรือตกลงมาในระดับต่ำกว่าช่วงหัวตา เปลือกตาบนอาจดูหย่อนคล้อยลงมา ดวงตาอาจดูเล็กลงกว่าปกติ ต้องพยายามมากขึ้นในการเปิดตาให้กว้าง อาจรู้สึกว่ามุมมองแคบลง หางตาตก หนังตาตกเกิดจากอะไร ภาวะหางตาตกเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น หนังตาตกตั้งแต่กำเนิด บางคนอาจมีภาวะหนังตาตกมาตั้งแต่เกิด ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือการพัฒนาของกล้ามเนื้อตาในช่วงอยู่ในครรภ์มารดา ภาวะนี้อาจส่งผลต่อตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และอาจมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล  อายุที่มากขึ้น  เมื่อเราอายุมากขึ้น คอลลาเจนก็ลดลงตามวัย ผิวหนังและกล้ามเนื้อรอบดวงตาจะเริ่มหย่อนคล้อยลงตามธรรมชาติ ทำให้เกิดภาวะหางตาตกได้ สังเกตได้จากดวงตาที่เล็กลงจากหนังตาที่ตกลงมาบดบังดวงตา นอกจากนี้ยังเกิดริ้วรอยบริเวณหางตาอีกด้วย […]

ดอลลี่อาย (dolly eyes) คืออะไร? แตกต่างจากถุงใต้ตายังไง?

ดอลลี่อาย

ปัจจุบันดอลลี่อายเป็นที่นิยมอย่างมากและเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงในเอเชีย ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ที่อยากจะให้ดวงตาสดใส น่ารัก แบบสาวญี่ปุ่น เกาหลี เพิ่มมิติความหวานให้ดวงตาและใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ แต่ก็มีอีกหลายคนที่อยากจะแก้ไขปัญหาในด้านของใต้ตาเผื่อให้เกิดความสมดุลของใบหน้า และมีอีกหลายๆคนมักจะเข้าใจผิดระหว่างดอลลี่อายกับถุงใต้ตา ว่าเป็นแบบเดียวกัน วันนี้เราจะมาบอกถึงความแตกต่างของดอลลี่อายกับถุงใต้ตา ดอลลี่อาย คืออะไร ดอลลี่อาย คือ ลักษณะใต้ตาที่คล้ายกับตาตุ๊กตา คล้ายกับดาราเกาหลีโดยมีลักษณะเด่นคือ เป็นมัดกล้ามเนื้อที่อยู่ขอบตาล่างที่มีรูปร่างชัดเจน มีความโค้งนูน นุ่มนวลและกลมโต ดูแบ๊ว ใบหน้าดูหวานมีมิติมากขึ้น ตามสไตล์เกาหลี ต่อมาจึงเกิดความนิยมขึ้นในประเทศไทย ตามจริงแล้วนั้นมัดกล้ามเนื้อบริเวณขอบตาล่าง จะเป็นกล้ามเนื้อที่ทุกคนมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ แต่ละคนจะมีในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป แต่เมื่อเริ่มมีอายุ กล้ามเนื้อตรงนี้ก็จะบางลง หรืออาจมีถุงใต้ตาที่ใหญ่ขึ้นจนมาทำให้บดบังบริเวณส่วนนี้ ดอลลี่อายกับถุงใต้ตา แตกต่างกันอย่างไร ดอลลี่อายกับถุงใต้ตา เป็นสองอาการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ ดอลลี่อาย เป็นมัดกล้ามเนื้อของขอบตาล่าง ที่ทำให้ดูเหมือนตาของตุ๊กตา โดยมักจะมีลักษณะโค้งนูนอย่างชัดเจน อยู่ตรงตำแหน่งแค่บริเวณขอบตาล่าง ที่ทำให้ใบหน้าดูหวานดูแบ๊ว ถุงใต้ตา เป็นส่วนของผิวหนังใต้ตาที่ดูบวม ไม่เป็นรูปเป็นร่าง ไม่สมดุลกับใบหน้า ทำให้ดูโทรม ดูมีอายุ ซึ่งถุงใต้ตาอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การสะสมของไขมันใต้ผิวหนังหรือคอลลาเจนใต้ดวงตาลดลง เป็นต้น   ถุงใต้ตา คืออะไร ถุงใต้ตา […]

หางตาตก ตาดูเศร้า เกิดจากอะไร มีวิธีแก้ยังไง?

หางตาตก

หางตาตก คือ ภาวะที่หนังตาบนหย่อนลงมาทำให้หน้าตาดูเหนื่อยหรือไม่สดใส เกิดจากความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่ยกหนังตาบนหรือจากการทำงานผิดปกติของระบบประสาทและการผลิตคอลลาเจนลดลง เป็นภาวะที่ผิวหนังในส่วนบนของหนังตามีการหย่อนหรือห้อยลงมาเกินไป ทำให้หนังตาดูตกลงหรือคล้อยลงมา ตาดูเศร้า ดูมีอายุ หางตาตก โหงวเฮ้ง ดูไม่ดีอีกด้วย ซึ่งเป็นสภาวะธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของร่างกายและผิวหนัง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่ของช่วงวัย ช่วงอายุ ในการเกิดภาวะนี้อาจทำให้ผู้ป่วยมีการมองไม่ชัดเพราะการบดบังของหนังตา หรือการลืมตาที่ไม่เต็มที่ เพราะถูกปกคลุมไปด้วยหนังตาบนที่หย่อนลงมา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ เช่น อาจเป็นปัญหาในการมองเห็นหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ไม่สะดวก เป็นต้น ลักษณะของหางตาตก หางตาตก: ผิวหนังของหนังตาด้านบนมีลักษณะคล้อยลงมาทางด้านหน้าของตา แทบจะบดบังดวงตา การปิดตาไม่สนิท: อาจทำให้มองดูเหมือนว่าตาไม่ได้ปิดตาอย่างสมบูรณ์เมื่อปิดตา การมองไม่ชัด: ผู้ที่มีหนังตาบนหย่อนอาจมีอาการมองไม่ชัด เนื่องจากหนังตาคล้อยลงมาบัง การลืมตาไม่เต็มที่: บางครั้งการหนังตาบนหย่อนอาจทำให้การลืมตาได้อย่างไม่เต็มที่และรู้สึกหนัก การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อตา: ภาวะที่เกิดจากการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของหนังตาบนหย่อนลงมา รู้สึกเหมือนเปิดตาได้ไม่เต็มที่ตาดูง่วง สาเหตุของหางตาตกเกิดจากอะไร หางตาตกเกิดจากอะไร มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้สำหรับเปิดหนังตาหรือผิวหนังในส่วนบนของหนังตามีปัญหาหรืออ่อนแรงลงได้ สาเหตุที่เป็นที่รู้จักที่สุดมักเกิดจาก การเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ: อาจทำให้กล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของหนังตาบนได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจเป็นผลจากอุบัติเหตุหรือการผ่าตัดในส่วนของหน้าหรือส่วนรอบตา ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง: การหย่อนหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการยกหนังตาบนอาจเกิดขึ้นเนื่องจากโรคที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ เช่น กล้ามเนื้อตามีสภาพไม่แข็งแรงอาจเกิดจากภาวะกล้ามเนื้ออ่อน เป็นต้น โรคตาอักเสบ (Inflammatory Eye Diseases): สภาวะการติดเชื้อหรือการอักเสบในส่วนของหนังตา อาจทำให้หนังตาบนย่อนหย่อนลงมาได้ การเจริญเติบโตผิวหนังและเนื้อเยื่อ: […]

รวมวิธีลดถุงใต้ตาแบบธรรมชาติและทางการแพทย์

ถุงใต้ตาบวม ดูมีอายุ

ถุงใต้ตาบวม มีลักษณะเป็นก้อนน้ำใต้ผิวที่อยู่ใต้ดวงตา ทำให้ดูเป็นก้อน ๆ หรือบวมขึ้น มักเกิดจากการสะสมของไขมันหรือการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ซึ่งทำให้ผิวและใบหน้าดูมีอายุมากขึ้น ส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน แล้วถุงใต้ตาบวมเกิดจากอะไร? ถุงใต้ตาแก้ยังไงได้บ้าง? วันนี้เฟิร์น คลินิกรวบรวมคำตอบมาให้แล้วในบทความนี้ ถุงใต้ตาคืออะไร ถุงใต้ตา (Eye bags) คือถุงไขมันบริเวณใต้ดวงตา สามารถพบได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ใช่กับเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลายคนมักประสบปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ถุงใต้ตาบวม หรือนูนออกมาจากบริเวณใต้ดวงตามากเกินไป ส่งผลให้ดูเหนื่อย อ่อนล้า และมีอายุ ซึ่งแตกต่างดอลลี่อายที่ทำให้หน้าดูเด็กลง ถุงใต้ตาบวมเกิดจากอะไร ถุงใต้ตาบวมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามลักษณะของถุงใต้ตา คือ ถุงใต้ตาเทียม และถุงใต้ตาแท้ ซึ่งเกิดจากสาเหตุแตกต่างกัน ถุงใต้ตาเทียม ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรา เช่น การสะสมของไขมันและของเหลวบริเวณผิวหนังใต้ตาจนบวม หรือนูนออกมา การพักผ่อนไม่เพียงพอ สามารถทำให้เลือดไม่ไหลเวียนที่ใต้ตาเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการบวมและริ้วรอยได้ พฤติกรรมต่าง ๆ เช่น การขยี้ตา การร้องไห้ ทำงานหน้าคอมบ่อย ๆ ใช้สายตามากเกินไป สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ชอบรับประทานอาหารรสเค็มจัด เป็นต้น อาการแพ้สารต่าง ๆ […]

อาการตาปรือ ตาดูง่วงนอน เกิดจากอะไร มีวิธีแก้อย่างไร

ตาปรือ

“ตาปรือ” (Ptosis) เป็นคำทางการแพทย์ที่ใช้เพื่ออธิบายตาปรือ คือ สภาวะที่หนังตามีการตกลงมากเกินไปหรือยังไม่ได้ยกขึ้นอย่างเหมาะสมกับตำแหน่งปกติของตา เป็นอาการที่ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งสองตาสามารถมองไม่เห็นได้หรือมองเห็นได้ไม่ชัดเจนเนื่องจากการบดบังของหนังตาที่ลดลง การที่ตาปรือเกิดขึ้นอาจเกิดจากเหตุผลหลายประการ เช่น เกิดขึ้นที่กล้ามเนื้อที่ควบคุมการยกหนังตา, การบาดเจ็บที่ส่วนของรอบดวงตา, โรคที่มีผลต่อกล้ามเนื้อในตา, หรือมีความผิดปกติที่ระบบประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของตา อาการอาจแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของอาการ ในบางกรณีอาจทำให้มองไม่เห็นหรือมองเห็นได้ไม่ชัดเจน การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ เช่น ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อปรับการยกขึ้นของหนังตา หรือในบางกรณีอาจใช้เทคนิคทางการแพทย์อื่น ๆ เช่น การใช้ตัวยา การฝังเข็ม หรือการทำกายภาพบำบัด เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่ควบคุมการยกหนังตา การรักษาควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ที่เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง อาการตาปรือ เกิดจาก สาเหตุอะไร? ตาปรือ เกิดจาก หลายสาเหตุ ซึ่งอาจแบ่งได้เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นตั้งแต่เกิด หรือเกิดขึ้นหลังจากการเจ็บป่วยหรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นในภายหลังได้ ดังนี้ สาเหตุที่เกิดตั้งแต่เกิด (Congenital Ptosis): การเกิดขึ้นตั้งแต่เกิดอาจเกิดจากความผิดปกติที่กล้ามเนื้อหน้าเกิดขึ้นในช่วงการพัฒนา หรืออาจเกิดจากความผิดปกติที่ส่วนรอบตาในช่วงการพัฒนาก่อนเกิด การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ: บาดเจ็บหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในส่วนรอบตาอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อที่ควบคุมการยกหนังตา ทำให้เกิดอาการได้ โรคที่มีผลต่อกล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดในตา: โรคต่อมน้ำตาอักเสบ (Myasthenia gravis) หรือโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อตาอื่นๆ ที่มีผลต่อการควบคุมการเคลื่อนไหวของตาอาจเป็นสาเหตุของการเกิดอาการได้ ปัจจัยที่เกี่ยวกับวัย: การเกิดตาปรือบางครั้งอาจเกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโครงสร้างของผิวหนัง และกล้ามเนื้อในช่วงวัยทำงานหรือวัยทอง ปัจจัยที่เกี่ยวกับระบบประสาท: การควบคุมการเคลื่อนไหวของตาโดยระบบประสาทอาจมีปัญหา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดตาปรือได้ […]

ฉีดโบลดกราม กี่วันเห็นผลและอยู่ได้นานไหม?

ฉีดโบลดกราม กี่วันเห็นผลและอยู่ได้นานไหม?

ฉีดโบลดกราม คือ สารที่มีประโยชน์ช่วยในการลดการเกิดกราม เป็นการฉีดที่นิยมที่สุดในการปรับเปลี่ยนรูปหน้าโบท็อกซ์ถูกใช้ในการรักษาการกระตุ้นของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของใบหน้า โดยการฉีดที่ส่วนต่างๆของใบหน้า จะช่วยลดการกล้ามเนื้อ ทำให้กรามลดลงได้ จากกรามใหญ่ให้ดูเล็กลง และเสริมให้ผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น การฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดกรามควรทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ เนื่องจากการใช้โบท็อกซ์ต้องให้ประสิทธิภาพและปลอดภัยในขั้นตอนการรักษา และต้องปรับปรุงให้เหมาะสมกับความต้องการและลักษณะของผิวของแต่ละบุคคลด้วย ฉีดโบลดกราม กี่วันเห็นผล ฉีดโบลดกราม กี่วันถึงจะเห็นผล การเห็นผลจากการฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดกรามจะแตกต่างกันไปตามบุคคลและลักษณะของกราม แต่มักจะเห็นผลลัพธ์ในช่วงเวลาระหว่าง 3 ถึง 14 วันหลังจากการทำการฉีด ผลลัพธ์ที่เต็มที่ส่วนใหญ่จะเป็นไปตามหลักการดังนี้ การเห็นผลเร็ว: บางคนอาจเห็นผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์เร็ว อาจจะเห็นผลภายใน 3-5 วันหลังการฉีด ผลลัพธ์เต็มที่: ผลลัพธ์เต็มที่ของการฉีดโบท็อกซ์สามารถเห็นได้ในช่วง 10-14 วันหลังจากการทำการฉีด โดยผลลัพธ์จะค่อนข้างชัดเจนในช่วงนี้ การปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม: บางครั้งการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมของผลลัพธ์จะเกิดขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังการฉีด โดยคุณอาจสังเกตเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเมื่อผ่านไปเวลาที่มากขึ้น โบท็อกกราม ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับเรา การเลือกโบท็อกกราม ยี่ห้อไหนดี ยี่ห้อของโบท็อกซ์ที่เหมาะกับคุณนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการรักษา และความต้องการของคุณ เป้าหมายที่ต้องการในการรักษา ลักษณะกรามของแต่ละคนเป็นต้น ยี่ห้อที่พิจารณาได้รับความนิยมได้แก่ Nabota: เป็นโบท็อกซ์นำเข้าจากประเทศเกาหลีและเป็นยี่ห้อที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ Allergan: เป็นโบท็อกซ์นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็โบท็อกซ์ที่ค่อนข้างมีราคาที่สูง […]