Fern clinc

LED Light Therapy

SERvice details

LED Light Therapy

Led Light Therapy (ทรีทเมนต์ด้วยแสง LED) เป็นวิธีการรักษาที่กำลังได้รับความนิยมเพราะคุณสมบัติที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ โดยใช้แสงที่มีคลื่นไฟจาก LED เพื่อกระตุ้นการผลิตโปรตีนและกระตุ้นสารเคมีภูมิคุ้มกันในผิวพรรณให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นและลดการเกิดสิว อย่างที่รู้จักกันดีคือการใช้แสงที่มีคลื่นไฟแดง (Red light) มีประโยชน์ในการสร้างคอลลาเจนที่ช่วยลดเลือดอุดตันและลดการเกิดริ้วรอยในผิวพรรณ อีกทั้งการใช้แสงที่มีคลื่นไฟนี้ยังช่วยลดการอักเสบในผิวพรรณ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้ การใช้ LED Light Therapy ถือเป็นวิธีการดูแลผิวพรรณที่มีประโยชน์และปลอดภัยสำหรับทุกคนที่สนใจดูแลและปรับปรุงสุขภาพผิวของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

skin

เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย องค์การอาหารและยาทั้งในประเทศไทย และ สหรัฐอเมริกา US FDA เนื่องด้วยหลักการทำงานของแสงเลเซอร์ ขณะทำ หรือ แม้กระทั่งหลังทำ จะไม่ก่อให้เกิดความร้อนสู่ผิวหนัง ไม่เกิดผลข้างเคียง และ ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดอาการบวม หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรมในการรักษาในแต่ละปัญหาก็จะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของความยาวของคลื่นแสงที่แพทย์ได้พิจารณา โดยจะแบ่งความยาวคลื่นแสง ออกเป็น 2 ชนิด คือ
อินฟาเรด : ช่วยลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัด เร่งการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ฟื้นฟูการอักเสบของผิว
ฉายแสงสีแดง : ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต, เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิว กระชับผิว ซึ่งจะช่วยให้บริเวณผ่าตัดที่บวม และอาการช้ำดีขึ้น และยังรักษาริ้วรอยได้อีกด้วย !

ให้บริการจากใจ

คนไข้จะต้องประทับใจและต้องรู้สึกว่าเค้าเป็น คนสำคัญสำหรับเรา

ยืนหนึ่งเรื่องแผลสวย

ใช้เทคนิคพิเศษ Less Scar Technique เป็นการเย็บแผลแบบซ่อนไหม เฉพาะที่นี่ที่เดียว

ออกแบบได้ตามความต้องการ

คนไข้จะต้องประทับใจและต้องรู้สึกว่าเค้าเป็น คนสำคัญสำหรับเรา

ทีมแพทย์มากประสบการณ์

แก้ปัญหาเฉพาะทางได้อย่างเชี่ยวชาญ และยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

การเตรียมตัวก่อนทำ

  • งดทายาที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A) Retinols Retinoids Glycolic Acid หรือครีมในกลุ่ม Anti-Aging
  • งดแวกซ์ผิว ขัดผิว สครับผิว นวดหน้า โกนขน ดึงขน เลเซอร์ บริเวณที่จะทำอย่างน้อย
  • 24 ชั่วโมง ก่อนรับบริการ
    งดดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
  • งดกิจกรรมที่ส่งผลให้เลือดสูบฉีดไหลเวียนมากขึ้น เช่น การออกกำลังกาย ซาวน่า
  • หากมีโรคประจำตัว ยาที่รับประทานประจำ หรือแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับบริการบำบัดผิวด้วยการฉายแสง LED

การเตรียมหลังหลังทำ

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมกันแดดเป็นประจำ
  • งดอาบแดด ซาวน่า ถูกแสงแดดหรือความร้อนจัด
  • ใช้โฟมล้างหน้าหรือคลีนซิ่งที่อ่อนโยนต่อผิว
  • ไม่ควรล้างหน้าโดยการถูแรงๆ เพื่อป้องกันผิวเกิดการระคายเคือง
  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์
  • งดใช้ครีมมีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี หรือครีมกลุ่ม AHA

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปรับรูปหน้า LED Light Therapy

A: ไม่จำเป็นค่ะ การรักษาจะขึ้นอยู่กับหมอจะเป็นผู้พิจารณา โดยจะดูจากวัย สภาพผิว และปัญหาผิวที่คนไข้เป็นอยู่ อาจจะฉายแสงเพียงสีเดียวหรือสลับกันไป หากผิวหน้าไม่ได้เป็นสิวก็สามารถรักษาได้เช่นกัน คนไข้สามารถฉายแสงเพื่อการฟื้นฟูสภาพผิวจากจุดด่างดำ ริ้วรอย และปรับผิวกระจ่างใสได้

A: ในขณะรักษาด้วยแสง LED จะไม่มีความรู้สึกร้อนเลย หลังรับการรักษาเสร็จก็ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ทําให้ผิวหนังไหม้ แต่คนไข้ต้องเข้ารับการรักษาถี่กว่าการรักษาด้วยเลเซอร์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน

A: ส่วนใหญ่จะเห็นผลเมื่อรับการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไป จะพบว่าสิวอักเสบค่อยๆ ยุบตัวลง ใบหน้ามีความมันน้อยลง รอยสิวดูจางลง หมอแนะนำควรทำสัปดาห์ละครั้ง ต่อเนื่องกัน 4 – 8 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ ซึ่งความถี่ของการรักษาจะขึ้นอยู่กับหมอพิจารณาให้เหมาะสมกับแต่ละคน
อย่างไรก็ตามการฉายแสง LED ถือเป็นทางออกที่ดีสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาสิวแต่ไม่อยากรักษาด้วยการรับประทานยา หรือรักษาสิวไม่หายเพราะอาการดื้อยา และยังสามารถรักษารอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ พร้อมปรับผิวหน้าให้กระจ่างใสได้อีกด้วย

ต้องการสอบถามเพิ่มเติมใช่หรือไม่?

ติดต่อเราทางอีเมล drfernaesthetique@gmail.com หรือเบอร์โทรศัพท์ 080-635-6464